อริน
Vote on DZone Share on Facebook Bookmark this on Delicious Kick It on DotNetKicks.com Shout it Share on LinkedIn Bookmark this on Technorati Post on Twitter Google Buzz (aka. Google Reader)
พฤศจิกายน 23, 2014, 03:49:51 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: Arinwan forum!- Write the Right for Rights
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุเกิดที่งานรับปริญญาของจุฬา  (อ่าน 1426 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ประเวศ ประภานุกูล
Newbie
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 7


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2011, 08:43:55 pm »

วันนี้โดนพูดใส่หน้าตรงๆว่าเป็นคอมมิวนิสต์
 
เรื่องของเรื่องก็คือไปงานรับปริญญาของหลานชาย ระหว่างที่รอหลาน  ผมยืนอยู่กับน้องชายคนเล็ก พอน้องชายอีกคน(พี่ของคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน...ก็พ่อของคนที่รับปริญญาวันนี้นั้นแหละ) เดินเข้ามาถึงคำแรกที่ทักน้องชาย คือ "เลือกเบอร์ไหน เบอร์ 5 ?" แล้วพูดอีกว่า "กูเลือกเบอร์ 10" น้องคนเล็กตอบ "เบอร์ 10" พ่อของหลานหันมาถามผม "เบอร์ไหน" คำตอบผมแทบจะพร้อมกับการเดาของเขา "เบอร์ 1" (ตอนนั้นชักหมั่นไส้นิดๆ) เขาพูดต่อ "ก็มึงเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว" ยังมีต่ออีก "กูกำลังจะเข้าโครงการพระเทพ ถ้าเข้าไม่ได้อย่าว่ากันแล้วกัน"....ผมชักของขึ้นแล้ว นึกในใจว่า "มึงพูดผิดหรือเปล่า ถ้ามึงเข้าไม่ได้มึงก็จะโทษว่าเป็นเพราะกูใช่มั้ย" จากนั้นน้องชาย 2 คนนี้ก็คุยกันเองต่อ ในเรื่อง "ทักษิณ" และโยงไปถึงการ "เผาบ้านเผาเมือง" ผมยืนสูบบุหรี่อยู่อึดใจใหญ่(สังเกตเห็นว่าไม่มีใครสูบเลย) ก็ดับแล้วเดินฉากมาคุยกับพี่สาวและยายของหลานชาย พร้อมกับนึกในใจว่า...กูอุตส่าห์ไม่คุยเรื่องการเมืองแล้ว กูอยู่เฉยๆมึงยังจะหาเรื่องอีก
 
ตอนที่ถ่ายรูปกับบัณฑืตใหม่ สังเกตว่าน้องชาย 2 คนนั้นไม่ได้ตามมาด้วย มีแต่แม่ ยายของหลานชาย(ก็อดีตแม่ยายของเขานั่นแหละ) พี่สาวและก็น้องชายอีกคน(พี่ของ 2 คนนั้น)   ว่าที่จริงพวกเขาถ่ายรูปกันก่อนที่ผมจะไปถึงกันแล้ว
 
ตามโปรแกรมรับปริญญาของจุฬาวันนี้ จะเข้าหอประชุมเวลา 11.00 น. เสร็จพิธี 16.00 น. พอถ่ายรูปเสร็จผมกับแม่ พี่สาว และน้องชายอีกคน(พี่ของ 2 คนข้างบน) ก็แยกตัวไปร้านอาหารในจามจุรีสแควร์ โดยน้องชายคนที่พูดใส่หน้าผมเป็นคนจองโต๊ะและอาสาเป็นเจ้ามือ ผมจึงปฏิเสธและแยกตัวกลับ แต่ในระหว่างเดินอยู่ในจุฬา ผมเดินตามหลังไม่รู้แม่ พี่สาว กับน้องชาย คุยอะไรกัน เห็นน้องชายผมพูดใส่พี่สาวว่า "ปากเสีย"
 
ระหว่างคอยแม่กับพี่สาวเข้าห้องน้ำในจามจุรีสแควร์ น้องชายพูดกับผมว่า พี่สาวผมดูแต่ ASTV ตลอด เลยปากเสีย  เพราะ ASTV เอาแต่ด่าคน และยังพูดอีกว่า "สนธิไม่ใช่คนดี สิบปีก่อนโกงเงินแบงค์เป็นพันล้าน แต่แบงค์ไม่กล้าฟ้องเพราะเขาเป็นสื่อ" ตอนนั้นสังเกตเห็นคุณป้าที่นั่งข้างๆอมยิ้ม
 
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสนธิและ ASTV คือ นี่เป็นทัศนะของคนที่ไม่สนใจยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อย่างน้อยผมก็ไม่เคยเห็นเขาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเลย
 
ระหว่างทางที่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้าน ผมคิดถึงสิ่งที่น้องชาย(พ่อของหลาน)พูดและแสดงออก เพียงแค่มีความคิดเห็นแตกต่างกันก็กลายเป็น "คอมมิวนิสต์"   ในความคิดเขา คอมมิวนิสต์คือพวกล้มสถาบัน เป็นความชั่วร้ายอย่างที่สุดในความคิดของเขา ความคิดที่ถูกฟังหัวเป็นความเชื่อที่...ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นอื่นที่แตกต่าง ไม่แม้แต่จะคิดทบทวนถึงประวัติของคนที่พวกเขาประณาม ผมเคยได้รับการยกย่องอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่ง แต่พอถึงวันนี้กลับถูกคนที่เคยยกย่องกล่าวหาว่าเป็น...คอมมิวนิสต์
 
มันกลายเป็นความแตกต่างทางความคิด จนถึงขั้นแตกแยก...แม้แต่ในครอบครัวเดียวกัน เมื่อคิดถึงคำพูดของน้องชายอีกคน...ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นฝ่ายที่ เป็นกลาง ไม่เข้ากับฝ่ายใดอย่างแท้จริง ความแตกแยกนี้เกิดขึ้นจาก สนธิและ ASTV โดยสะท้อนจากคำพูดเขาที่ว่า พี่สาวผมปากเสียเพราะดูแต่ ASTV
 
ผมคิดถึงการย้อนถามคนที่พูดว่าผมเป็นคอมมิวนิสต์(หากจะมีอีก) ว่า "คุณเคยทำอะไรเพื่อสังคมหรือเปล่า" "ผมเคยแฉการคิดดอกเบี้ยโหดของนันแบงค์เมื่อปี 2548--เคสอีซี่ บาย--คุณทราบเรื่องนั้นหรือไม่" "คุณเคยติดตามข่าวนั้นด้วยความชื่นชมในทนายความอิสระที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนั้นหรือไม่" "ถ้าเคย ในวันนี้คุณเคยคิดจะฟังเขาบ้างมั้ย" "คุณเคยถามเขาบ้างมั้ยว่าทำไมคิดต่างจากคุณ" "ในวันนั้น..ก่อนมีข่าวนันแบงค์คิดดอกเบี้ยโหด..คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่าการคิดดอกเบี้ยของนันแบงค์ ผิดกม. คุณเคยคิดก่อนบ้างมั้ยว่าสามารถสู้กับนันแบงค์พวกนั้นได้" "สิ่งที่ผมคิดและทำในวันนี้แตกต่างหรือเหมือนกับช่วงก่อนหน้าการเคลื่อนไหวเมื่อปี 48...มันเหมือนกันในแง่พวกคุณคิดไม่ถึงว่ามันผิดกม.อย่างที่ผมคิดในตอนนั้นใช่มั้ย"
 
ถ้าจะถามถึงสาเหตุของความแตกแยกในสังคมนี้ สิ่งที่เห็นในข่าว...จะเป็นการกล่าวโทษ คนเสื้อแดง โดยเฉพาะ...แกนนำ นปช.
แต่สิ่งที่ผมเห็นจากเรื่องราวข้างต้น ต้นเหตุมาจากการ นำเสนอข่าวข้างเดียวของรัฐอำมาตย์ โดยเฉพาะ สนธิ และ ASTV ซึ่งเป็นต้นเหตุของความก้าวร้าวในหมู่คนเสื้อเหลืองและพวกคลั่งเจ้า
 
เริ่มต้นเรื่องด้วยงานรับปริญญาของหลานชาย ไหงลงท้ายด้วยการด่ารัฐอำมาตย์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!